สายพานส่งกำลังที่ใช้ในโรงโม่หิน
จุดเด่นของรูปลักษณ์ สเก็นคือ มีรูปร่างเป็นตัว U และมีแป้นเสียบอยู่ด้านล่างโดยส่วนใหญ่แล้วจะทำมาจาก Carbon Steel หรือ Alloy Steel
จุดเด่นของรูปลักษณ์ สเก็นคือ มีรูปร่างเป็นตัว U และมีแป้นเสียบอยู่ด้านล่างโดยส่วนใหญ่แล้วจะทำมาจาก Carbon Steel หรือ Alloy Steel
จุดเด่นของรูปลักษณ์ สเก็นคือ มีรูปร่างเป็นตัว U และมีแป้นเสียบอยู่ด้านล่างโดยส่วนใหญ่แล้วจะทำมาจาก Carbon Steel หรือ Alloy Steel
จุดเด่นของรูปลักษณ์ สเก็นคือ มีรูปร่างเป็นตัว U และมีแป้นเสียบอยู่ด้านล่างโดยส่วนใหญ่แล้วจะทำมาจาก Carbon Steel หรือ Alloy Steel
จุดเด่นของรูปลักษณ์ สเก็นคือ มีรูปร่างเป็นตัว U และมีแป้นเสียบอยู่ด้านล่างโดยส่วนใหญ่แล้วจะทำมาจาก Carbon Steel หรือ Alloy Steel
ปัญหาของสายพานที่มักพบเจอบ่อยๆ คือ การเกิดเสียงดังขณะใช้งาน หรือสายพานที่ใช้อยู่เกิดการแตกร้าว หรือพลิกตัวขณะใช้งาน ซึ่งผู้ใช้งานส่วนใหญ่อาจคิดว่าสามารถใช้งานต่อได้ แต่ถ้าหากเราไม่แก้ไขปัญหาเหล่านี้จะส่งผลต่ออายุการใช้งาน รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักร เนื่องจากสายพานโดยทั่วไปสามารถใช้งานได้ประมาณ 5,000-10,000 ชั่วโมง หรือประมาณ 6 เดือน – 1 ปี เท่านั้น ตามแต่เงื่อนไขการใช้งาน เมื่อสายพานเกิดการเสื่อมสภาพจะแสดงสัญญาณให้เราทราบ ดังนี้ สังเกตบริเวณท้องสายพาน หากพบท้องสายพานร่องการเกิดรอยแตกเป็นริ้วๆ ตลอดทั้งเส้น หรือฟันของสายพานไทม์มิ่งหลุด อันเนื่องมากจากการใช้งานเป็นเวลานาน หรือการเลือกใช้งานที่ผิดประเภท ก็แสดงว่าสายพานที่ใช้อยู่เริ่มเสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนสายพานเส้นใหม่ เพราะเมื่อสายพานขาดจะส่งผลต่อการทำงานของฝ่ายผลิต ซึ่งถือว่าเป็นความเสียหายอย่างมากต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตนั่นเอง เอ็ม ยู ไอ อยู่คู่อุตสาหกรรมไทยมายาวนานกว่า 30 ปี นอกจากกลุ่มสายพานลำเลียงแล้ว เอ็ม ยู ไอ ยังมีสินค้า และอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ ในระบบส่งกำลังของโรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภท ทุกยี่ห้อ และเรายังได้รับการแต่งตั้งจากทาง MITSUBOSHI ผู้ผลิตสายพานคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่นให้เป็นตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ของภาคอุตสาหกรรม สนใจติดต่อฝ่ายขายได้ที่เบอร์ 095-7638706, 086-3219774 หรือ e-mail : […]
ระบบส่งกำลังในภาคอุตสาหกรรมการผลิตถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะเป็นส่วนสำคัญในการผลิตสินค้า ตัวเลือกที่ดีที่สุด คือ การเลือกซื้อสายพานให้คู่ควรกับประสิทธิภาพ การใช้งาน ทำให้เกิด High Productivity โดยปราศจากปัญหาจุกจิกกวนใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีอีกหลายโรงงานที่ยังคงเลือกใช้สินค้าที่มีราคาถูกโดยไม่คำนึงถึงเรื่อง Indirect cost ที่อาจตามมา และหารู้ไม่ว่านั่นแหละคือ ราคาที่แท้จริงของสินค้า หน้าที่ของระบบส่งกำลังด้วยสายพาน สายพานจะทำหน้าที่ส่งกำลังจากมอเตอร์หรือเครื่องยนต์ไปยังเครื่องจักร โดยสายพานที่ดีควรจะต้องส่งกำลังจากมอเตอร์ไปยังเครื่องจักรได้มากกว่า 95% ของกำลังมอเตอร์ แต่ในระบบทั่วไปกลับพบว่าสายพานสามารถส่งกำลังได้เพียง 60-80% เท่านั้น ซึ่งทำให้อัตราการผลิตที่ได้ไม่มีเท่าที่ควร ปัญหาส่วนใหญ่ที่โรงงานต่างๆพบเจอในระบบส่งกำลัง 1. เครื่องจักรทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ 2. กำลังการผลิตตก 3. ใช้พลังงานสิ้นเปลือง 4. รอบการเปลี่ยนสายพานไวมาก โรงงานหลายแห่งต้องเปลี่ยนสายพานทุก 2-3 เดือน หรือ ปีละ 3-5 ครั้งเลยทีเดียว เอ็ม ยู ไอ อยู่คู่อุตสาหกรรมไทยมายาวนานกว่า 30 ปี นอกจากกลุ่มสายพานลำเลียงแล้ว เอ็ม ยู ไอ ยังมีสินค้า และอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ ในระบบส่งกำลังของโรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภท […]
การส่งกำลังด้วยสายพานมักถูกใช้อย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรม เพราะสามารถทำได้ง่ายและต้นทุนไม่สูง โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มักมีการใช้งานสายพานอยู่ 2 ชนิด คือ สายพานร่อง และสายพานไทม์มิ่ง สำหรับวิธีการดูแลสายพานเราจะแบ่งเป็น 2 ลักษณะ 1. การเก็บรักษาสายพานเมื่อยังไม่มีการใช้งานสายพานนั้นๆ (Spare part) ควรเก็บสายพานบนชั้น หรือแขวนสายพานพร้อมป้ายบอกเบอร์สายพาน และควรเก็บให้พ้นจากแสงแดด เพราะเมื่อถูกแสงแดดเป็นเวลานานจะทำให้สายพานกรอบ แตก เสื่อมสภาพ 2. การดูแลรักษาสายพานในระหว่างการใช้งาน 2.1 เมื่อติดตั้งสายพานควรตรวจสอบว่าสายพานที่ใช้มีความตึงพอดีหรือไม่ โดยจะต้องไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป เพราจะทำให้เกิดความเสียหายต่อสายพานและเครื่องจักรได้ 2.2 หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำมัน เพราะจะทำให้สายพานบวมอายุการใช้งานสั้น 2.3 ควรตรวจเช็คลูกปืน (Bearing) และเติมสารหล่อลื่นอยู่เสมอ เพื่อให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างราบรื่น 2.4 ไม่ควรใช้สายพานใหม่และเก่าร่วมกัน หากต้องเปลี่ยนควรเปลี่ยนทั้งเซ็ต เมื่อสายพานถูกใช้งานไปแล้ว จะเกิดการยืดตัว เมื่อนำมาใช้งานร่วมกับสายพานใหม่จะทำให้สายพานใหม่ตึงเกินไป เมื่อเดินเครื่องสายพานใหม่จะรับภาระงานแทนสายพานเก่าส่งผลให้สายพานใหม่ขาดก่อน 2.5 ถ้ามีการ์ดป้องกันสำหรับสายพาน ควรทำให้มีลักษณะโปร่ง ช่วยระบายความร้อน เอ็ม ยู ไอ อยู่คู่อุตสาหกรรมไทยมายาวนานกว่า 30 ปี นอกจากกลุ่มสายพานลำเลียงแล้ว เอ็ม ยู […]
สายพานลําเลียง (Conveyor Belt) คือ อุปกรณ์ลําเลียงสินค้าที่ใช้สายพานเป็นตัวนําพาวัสดุ ซึ่งระบบ สายพานลําเลียงจะทําหน้าที่ในการขนย้ายวัสดุจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งโดยไม่สิ้นเปลืองแรงงาน เป็นระบบสายพานที่โรงงานอุตสาหกรรมสายการผลิตส่วนใหญ่จําเป็นต้องใช้ในขั้นตอนกระบวนการผลิต และยังเหมาะกับธุรกิจส่งออกที่ต้องการระบายของในคลังจํานวนมากเพื่อขนส่งสินค้าไปกระจายต่อตามส่วนต่างๆ ข้อดี และประโยชน์ของสายพานลําเลียง ข้อเสียของสายพานลําเลียง แน่นอนว่ามีประโยชน์ย่อมต้องมีโทษ ถึงเเม้ว่าสายพานลําเลียงโดยทั่วไปจะมีการเคลือบสารป้องกันที่เส้นใย ทําให้สายพานไม่ขาดง่าย และมีผิวสัมผัสให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น แบบ PVC ที่มีความยืดหยุ่น ทนทานเหมาะแก่การลําเลียงพืช สัตว์ หรือน้ํา มันต่างๆได้ดี หรือแบบ PU ที่ทนต่อการสึกกร่อนจากสารเคมีต่างๆ และเป็นสายพานที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย แต่ทุกอย่างล้วนมีข้อจํากัด ยกตัวอย่างเช่น หากการลําเลียงสินค้ามีอุณหภูมิที่สูงมากเกินกว่าความสามารถที่ผิวของสายพานจะรับได้สายพานก็อาจไหม้และเสียหาย หรือในกรณีที่ต้องการลําเลียงวัสดุขึ้นทางที่ลาดชันมาก จนกระทั่งวัสดุไม่สามารถเกาะกลุ่มรวมกันได้ วัสดุก็จะไหลลงมากองรวมกัน จนไม่สามารถขนส่งหรือลําเลียงได้เช่นกัน และในอีกกรณีหนึ่งหากระยะห่างระหว่างพลูเล่ย์ตัวขับและตัวตามมีมากเกินไปจนเกินกว่าช่วงยืดตัวของสายพาน สายพานก็จะไม่สามารถทํางานได้เช่นกัน ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังเรื่องการออกแบบระบบ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมาหลังการติดตั้ง เอ็ม ยู ไอ อยู่คู่อุตสาหกรรมไทยมายาวนานกว่า 30 ปี นอกจากกลุ่มสายพานลำเลียงแล้ว เอ็ม ยู ไอ ยังมีสินค้า และอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ ในระบบส่งกำลังของโรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภท ทุกยี่ห้อ และเรายังได้รับการแต่งตั้งจากทาง […]
การติดตั้งสายพาน ขั้นตอนการติดตั้งสายพาน 1. ปิดเครื่องจักรทุกครั้งเมื่อมีการถอดหรือติดตั้งสายพาน 2. คลายน๊อตบริเวณแท่นมอเตอร์ขับ ขยับมอเตอร์เข้าเพื่อลดความตึงของสายพานให้สะดวกต่อการถอดและติดตั้งสายพานใหม่ โดยไม่เกิดความเสียหาย 3. ตรวจสอบและซ่อมบำรุงอะไหล่ของเครื่องจักร เช่น การเปลี่ยนหรือหยอดสารหล่อลื่นสำหรับลูกปืน (Bearing) 4. ตรวจเช็คสภาพร่องของพู่เล่ย์เมื่อมีการใช้งานมานานว่ามีการสึกหรือไม่ โดยผิวด้านข้างของพู่เล่ย์ไม่ควรสึกเกิน 0.8 มิลลิเมตร หากสึกเกินแนะนำให้เปลี่ยนพู่เล่ย์ใหม่ ควรทำความสะอาดพู่เล่ย์ด้วยแปรงลวดขัดทำความสะอาดตามร่อง แล้วเช็ดด้วยผ้าสะอาดอีกครั้ง เพื่อป้องกันการเกิดสนิม 5. ติดตั้งสายพานชุดใหม่เข้าไปแทนที่ โดยมีข้อควรระวัง ดังนี้ *ไม่ควรงัดสายพานเข้าร่องพู่เล่ย์ เพราะจะทำให้พู่เล่ย์และสายพานเกิดความเสียหาย และส่งผลให้อายุการใช้งานของสายพานสั้นลง *หากมีการใช้งานสายพานร่วมกันเป็นเซ็ต มีข้อควรระวังดังนี้ – ไม่ใช้สายพานเก่าร่วมกันกับสายพานใหม่ อาจทำให้สายพานใหม่ขาดก่อน – ไม่ใช้สายพานต่างแบรนด์กัน อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องสายพานยาวไม่เท่ากัน – ควรใช้สายพานให้ครบตามจำนวนที่เครื่องจักรถูกออกแบบไว้ – ควรใช้สายพานให้ถูกต้องตามประเภท เพราะจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักร 6. ตรวจสอบแนวขนานของพู่เล่ย์ (Alignment) โดยพู่เล่ย์สามารถเยื้ยงศูนย์ได้ไม่เกิน 20 ลิปดาตามค่ามาตรฐาน 7. ปรับตั้งความตึงของสายพานให้เหมาะสมตามค่ามาตรฐาน ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดและความยาวของสายพาน เพราะหากสายพานหย่อนเกินไปจะทำให้สายพานลื่นไถล (Slip), เกิดการสั่น (Vibration) […]
สายพานร่องลึก คือ สายพานร่องวี ที่มีหน้าสายพานที่แคบแต่มีประสิทธิภาพในการใช้กับเครื่องจักรที่แรงม้าสูง มีฟังก์ชันลดการสะสมความร้อนในตัวสายพาน จึงทำให้อายุการใช้งานของสายพานยาวขึ้น สายพานร่องลึกรุ่น Maxstar Power Red ของ MITSUBOSHI คือสายพานร่องวีแบบแคบที่ช่วยประหยัดพื้นที่ และมีความสามารถในการส่งกำลังสูง ช่วยประหยัดต้นทุนในการดำเนินงาน และการดูแลรักษา นอกจากนี้ส่วนผสมของเนื้อสายพานยังถูกออกแบบมาพิเศษ เพื่อให้มีความยืดหยุ่นสูง รวมไปถึงช่วยลดการสะสมความร้อน ทนน้ำมัน และป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ได้ดี ข้อดีของสายพานร่องลึกรุ่น Maxstar Power Red ● เป็นสายพานเกรดสูง ทนความร้อนได้ดี ● มีความทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนาน ● การส่งกำลังแบบไม่มีสะดุด ฉุดทุกงานหนัก ● ประหยัดต้นทุน ลดการบำรุงรักษา ● เส้นเชือกชนิดพิเศษสามารถทนทานต่อการยืดตัว ทำให้สามารถรับแรงดึงได้สูงขึ้นถึง 20% ● สามารถใช้กับพู่เล่ย์ชุดเดิมได้ทันที ตามมาตรฐาน DIN/RMA ● ทนความร้อน ทนน้ำมัน และป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ เจาะลึกวัสดุของสายพาน Maxstar Power Red เอ็ม […]